สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

เว็บบอร์ดมารปรารถนามารปรารถนา ตอน 1
ผู้เขียน : tonkhowรัตมา   หัวข้อ : มารปรารถนา ตอน 1อ่าน 31985 / ความคิดเห็น 13
รูปประจำตัว
tonkhowรัตมา
  • 150 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 24 เมษายน 2556
รูปไอคอน
หัวข้อ : มารปรารถนา ตอน 1
5/3/2558 9:15:00

 

 

ภายในเพ้นท์เฮาส์หรูส่วนตัวซึ่งอยู่บนตึกสูงชั้นที่ 60  โดยเป็นสถานที่หาความสุขของนักธุรกิจสุดหล่อลูกครึ่งไทยกับออสเตรเลียวัย 32 ปี หนึ่งในเจ้าของบริษัท ทีเจ อาร์ซี คอเปอเรชั่น เขามีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับนักลงทุนรวมทั้งเป็นคนกลางที่คอยประสานงานเกี่ยวกับการเทคโอเวอร์บริษัท และหาหุ้นส่วนเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจของลูกค้าที่น่าสนใจ  

ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเชื่อในสายตาของเขาและเพื่อนๆ อีกสามคน ที่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้นมา นั่นก็คือ ไรอัล เรซินอฟ ไทเลอร์ เรซินอฟ และชินอิจิ  โนซาวะ หลังจากที่เขาทำงานอย่างหนักแล้วก็ต้องหากิจกรรมผ่อนคลายให้กับตัวเอง โดยสิ่งนั้นก็คือสาวๆ ที่จะคอยบำเรอความสุขให้กับชายหนุ่ม 

 

ยามนี้เตียงนุ่มมีร่างของหญิงสาวที่พร้อมจะสรรสร้างความสุขให้กับเจเดน ด้วยความเต็มใจ ร่างแกร่งโจนจ้วงกายนวลเนียนที่อวบอิ่มซึ่งอยู่บนเตียง ขณะที่มือเรียวซึ่งเคลือบด้วยยาทาเล็บสีเลือดนกเข้ม กอดร่างแกร่งที่ชวนมองและเร้าอารมณ์ยิ่งนัก ปลายเล็บพลางกรีดเร้าไปยังกายกำยำด้วยความซ่านหวาม 

 

โอ เจเดนคะ สุดยอดมากเลยค่ะ

 

เธอกรีดร้องเรียกชื่อเขาด้วยความซ่านหวาม ชายหนุ่มก็กระหน่ำความรุมร้อนไปยังร่างนวลไม่หยุดอย่างเต็มที่ สะโพกแกร่งขยับไปตามจังหวะแบบถี่กระชั้น และบอกให้เธอได้ยินอย่างชัดเจน 

 

ในเมื่อคุณเรียกร้องผมก็จะตอบสนองคุณอย่างเต็มที่มีร่า

 

โดยเขาพาเธอทะยานไปสู่ฝั่งฝันแห่งเกมพิศวาสด้วยความเร่าร้อน กายแกร่งเต็มไปด้วยเหงื่อซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่เขาชื่นชอบอย่างมาก นางแบบสาวก็กอดร่างกำยำและกรีดเสียงเรียกชื่อเขาไม่หยุด 

 

อา เจเดนคะ ฉันมีความสุขที่สุดเลยค่ะ

 

เพียงครู่ทั้งสองก็ไปถึงสวรรค์แสนหวานด้วยกันก่อนที่ชายหนุ่มจะผละร่างกำยำออกมา เมื่อเช้านี้เขากำลังจะไปทำงานแต่ก็โดนอีกฝ่ายปลุกเร้าจนทำให้ชายหนุ่มปลี่ยนใจก้าวขึ้นเตียงและสนองความอิ่มเอมให้เธออีกครั้งหนึ่งตามที่อีกฝ่ายเรียกร้อง ชายหนุ่มจัดการติดกระดุมด้วยปลายนิ้ว พลางบอกเธอด้วยคำพูดที่ยั่วเย้า 

 

คราวนี้ผมไปทำงานได้แล้วใช่ไหมยาหยี

 

ค่ะเจเดน ฉันอิ่มจากที่คุณมอบความสุขแล้วหญิงสาวใบหน้าเซ็กซี่ ที่ยั่วยวนเขามาทั้งคืนลุกขึ้นแต่งตัวไม่ต่างกัน ทั้งสองคบหากันมาปีกว่าแล้วแต่เจเดนก็ไม่ได้วางเธอไว้ในฐานะผู้หญิงคนพิเศษเลย แต่สำหรับมีร่าเธอหวังที่จะเป็นผู้หญิงของเขา

 

คุณทำให้ฉันมีความสุขมากเลยค่ะเจเดนมือเรียวกอดร่างแกร่งทางเบื้องหลัง เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็ตอบกลับไปให้อีกฝ่ายรู้สึกดี

 

คุณก็ทำให้ผมมีความสุขเหมือนกันมีร่า

 

ชายหนุ่มโอบร่างนวลลงมายังรถสปอร์ตคันหรูเพื่อจะไปส่งอีกฝ่ายยังที่ทำงาน เธอเป็นนางแบบในนิตยสารชื่อดัง เขาขับรถไปส่งเธอยังบริษัทโมเดลลิ่ง 

 

แล้วเราไปสนุกด้วยกันใหม่นะคะเจเดน

 

เธอเหนี่ยววงหน้าคมเข้ามาใกล้ชิดพร้อมกับจูบอย่างดูดดื่มกับเรียวปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีมุก โดยเขาก็ตอบรับกลับไปอย่างเร่าร้อน เพียงครู่ชายหนุ่มก็ผละออกมาก่อนจะบอกให้เธอรับรู้ 

 

ได้เลยยาหยี ผมไปทำงานก่อนนะเขาส่งนัยน์ตาเป็นประกายให้กับอีกฝ่าย

 

ก่อนจะเหยียบคันเร่งออกมาจากที่นั่นโดยเร็วพลางผิวปากอย่างสบายใจ ชีวิตของเขาดูอิสระอย่างมาก มีทั้งงานที่ดีและประสบความสำเร็จ รวมถึงมีผู้หญิงผลัดกันมาให้ความสุขบนเตียงด้วย ซึ่งชายหนุ่มไม่เคยคิดถึงเรื่องแต่งงานเลยเพราะรู้สึกว่ายังไม่พร้อมที่จะแต่ง  

 

คาสโนว่าเช่นเขาจะรีบแต่งงานเร็วทำไมกันล่ะสู้เป็นโสดแบบนี้ดีกว่า เปลี่ยนรสชาติไปเรื่อยๆ  

 

ขณะที่เขากำลังขับรถนั้นก็พลันต้องหักรถหลบอย่างกะทันหันพร้อมกับเหยียบเบรคจนตัวโก่งเมื่อมีรถคันหนึ่งเลี้ยวตัดหน้ารถเขา โชคดีที่ไม่ได้แฉลบกับขอบถนนด้านข้างไม่อย่างนั้นรถสวยๆ ของเขาคงเป็นรอยถลอกแน่ เจเดนเลื่อนกระจกรถลงและยื่นใบหน้าออกมายังด้านนอกด้วยสีหน้าโมโหอย่างมาก พลางด่ากราดอย่างหยาบคายเสียงดัง 

 

จะรีบไปไหนวะ เฮงซวยเอ๊ยเพื่อให้รถที่ขับตัดหน้าได้ยินและรู้ว่าเขาด่ามันน่ะล่ะ หลังจากคลายความโมโหลง

 

ขณะที่กำลังจะเลื่อนกระจกรถขึ้นนั้น สายตาของเขาก็พลันมองเห็นร่างหนึ่งเดินมา เจเดนจ้องไปยังกระจกด้านข้าง รู้สึกคุ้นๆ กับใบหน้านี้อย่างมาก จึงพยายามเพ่งมองซ้ำอีกคราวหนึ่งและนึก เพียงครู่เขาก็คิดออกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ผู้หญิงที่ตนเองได้เจอเมื่อสองอาทิตย์ก่อนน่ะเอง พลันเหตุการณ์ที่ลืมไปแล้วก็หวนกลับมาให้นึกถึง  

 

ระหว่างที่เขากำลังจะขับรถกลับบริษัทและกำลังจะเลี้ยวออกมาจากโรงแรมเพื่อตรงไปยังถนนใหญ่ก็ต้องเหยียบเบรคเมื่อเห็นร่างหนึ่งเดินตัดหน้ารถของตนเอง เขาเห็นเธอทรุดลงไปนั่งที่พื้น จึงเปิดประตูก้าวลงไปดูด้วยความกังวลว่าตนเองชนเธอเป็นแน่ เห็นอีกฝ่ายนอนเอามือกุมท้องอยู่และแสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างมาก  

 

เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ

 

เขาตั้งใจว่าถ้าเป็นหนัก เจเดนก็จะพาอีกฝ่ายไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ผู้หญิงคนนั้นกับเพื่อนก็บอกว่าไม่ต้องเดี๋ยวไปโรงพยาบาลเอง ชายหนุ่มจึงให้เงินไปจำนวนหนึ่งเพื่อให้ทั้งสองไปโรงพยาบาล  

 

แต่ในช่วงที่เขากำลังจะยูเทิร์นรถนั้นก็พลันมองเห็นร่างที่ทำเป็นเจ็บหนักเมื่อครู่นี้ เดินปร๋อราวกับไม่ได้เป็นอะไร ชายหนุ่มจึงจอดรถและลงไปถามคาดเดาว่าเจอกับพวกสิบแปดมงกุฏเข้าแล้วเป็นแน่ เพียงยายนั่นกับเพื่อนเห็นเขาก็รีบวิ่งหนีเลยราวกับรับรู้ว่าตนเองจับได้ว่าโกหก เขาวิ่งไล่ทั้งสองเพื่อจะจับตัวไปส่งตำรวจเพราะไม่อยากให้คนอื่นโดนหลอกเช่นตนเอง  

 

เงินน่ะเจเดนไม่เสียดายหรอกแต่เขาเกลียดการเสียรู้มากกว่า หากมันน่าเจ็บใจที่อีกฝ่ายหนีไปได้ เพียงรำลึกถึงเหตุการณ์ที่มาหลอกเขาแล้ว    เจเดนก็ยิ้มยังมุมปากราวกับยินดี 

 

ยายสิบแปดมงกุฎ สุดท้ายก็เจอกันจนได้

 

โดยหญิงสาวชาวไทยซึ่งมีวงหน้าเรียว กับนัยน์ตากลมโต กำลังเตรียมที่จะไปศูนย์วัฒนธรรมนั่นก็คือที่ทำงานของมารดาน่ะเอง หลังจากที่ไปทำธุระให้กับนายจ้างแล้วเมื่ออีกฝ่ายลืมกุญแจไว้ในรถ จึงให้เธอนั่งรถแวะไปเอากุญแจสำรองที่บ้านให้ด้วย ซึ่งมณีไพรำก็เต็มใจอย่างดี 

 

มณีไพรำ วงค์นันทา คือชื่อของเธอ หญิงสาวเรียนจบปริญญาตรีทางด้านบริหาร โดยยามนี้กำลังหางานทำอยู่เพื่อรอว่าที่ไหนจะเรียกตนเองไปสัมภาษณ์ ระหว่างที่ยังสมัครงานไม่ได้นั้น มณีไพรำมักจะมาช่วยน้าปิ่นปัทม์กับมารดาสอนเด็กๆ ที่ศูนย์วัฒนธรรม น้าปิ่นปัทม์สอนเกี่ยวกับดนตรีไทย  

 

ที่ศูนย์วัฒนธรรมนิวยอร์คมักเป็นที่รวมกลุ่มของคนไทยซึ่งไปทำงานที่นั่น จะมารวมตัวกันในวันอาทิตย์ เพื่อนำลูกหลานมาเรียนภาษาไทยในโรงเรียนที่ทางศูนย์จัดสอน ให้เด็กไทยที่เกิดในนิวยอร์คได้มีโอกาสเรียนภาษาไทยของบุพการีด้วย  

 

ศูนย์แห่งนี้นอกจากจะสอนภาษาไทย รำไทย เล่นดนตรีไทยแล้วก็ยังสอนเล่นโขนกับเล่นละครด้วย ที่นี่ทำให้มณีไพรำดูไม่แตกต่างจากคนอื่นมาก เพราะมีคนไทยมาที่นี่อยู่เป็นประจำ หญิงสาวไม่รู้เลยว่าจะเจอชายหนุ่มที่ตัวเองไม่ใคร่อยากพบนั่นเพราะว่ายังไม่มีเงินไปใช้หนี้อีกฝ่ายน่ะเอง ถ้ามีล่ะก็เธอยินดีที่จะคืนเงินให้กับเขาเลย จะได้ไม่ต้องหวาดหวั่นเช่นนี้

 

เท้าเรียวซึ่งอยู่ในรองเท้าผ้าใบก็เดินไปตามทาง หลังจากที่ได้กุญแจของพี่จรรยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กายระหงกำลังจะเดินไปขึ้นรถโดยสารเพื่อไปหามารดา  

 

เจอกันอีกแล้วนะยายสิบแปดมงกุฏ

 

เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นทางเบื้องหลังซึ่งมันดังอยู่ใกล้กับใบหูเล็กรับรู้ได้ถึงความร้อนยังบริเวณแก้มนวล ก็ทำให้มณีไพรำเกิดอาการสะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวและสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว เธอรีบหันหน้าไปยังทิศทางที่มาของประโยคดังกล่าว ก็พบกับร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทสีดำ  

 

ซึ่งมันทำให้เธอตกใจมากจนถึงกลับถอนหายใจหอบอย่างแรงราวกับโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ มันเกิดอาการหวาดหวั่นไปทั่วร่างจนไปถึงแผ่นท้องเบื้องล่างและสะโพกเต็มตึงที่อยู่ภายในกางเกงยีนขายาวที่พอดีกับบั้นท้ายได้รูปและขาเพรียวเรียวยาว ไม่คาดคิดว่าเธอจะได้พบกับใบหน้าของบุคคลที่เธออธิษฐานก่อนนอนอยู่ทุกคืนว่าขออย่าได้เจอกับอีกฝ่ายเลย  

 

ถ้าจะเจอก็ขอเป็นช่วงที่เธอมีเงินแล้วเถอะ แต่ดูเหมือนว่าคำอธิษฐานของเธอจะไม่ได้ผลเอาเสียเลย  มณีไพรำพูดออกมาอย่างลืมตัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจทก์เก่า 

 

คุณ บ้าเอ๊ย! นี่วันซวยอะไรเนี่ย

 

เท้าเรียวก้าวถอยหลังด้วยความหวาดวิตกกลัวว่าเขาจะจับตนเองส่งตำรวจด้วยข้อหาปั้นเรื่องเพื่อหาเงินอย่างไม่สุจริต เจเดนเห็นเธอเตรียมหนีเขาก็ก้าวเข้าไปหาอย่างคุกคามด้วยใบหน้าที่แสดงความมุ่งมาดอย่างร้ายกาจ โดยถามด้วยน้ำเสียงกร้าว นัยน์ตาไม่ละไปจากร่างของเธอเลย 

 

จะไปไหนแม่ตัวดีมณีไพรำเตรียมที่จะหมุนร่างเพื่อวิ่งหนี แต่      เจเดนไวกว่ากระโจนคว้าแขนของเธอไว้ได้และบีบด้วยความรุนแรง โดยสอบถามด้วยน้ำเสียงหยอกยั่ว คิดว่าจะหนีไปได้อีกรึไงกัน ไปหาตำรวจกับฉันเดี๋ยวนี้พร้อมกับเตรียมทำตามที่บอกเธอ แต่เรื่องอะไรมณีไพรำจะยอมไปกับอีกฝ่ายล่ะ เธอรีบละล่ำละลักบอกเขาโดยเร็ว

 

ฉะ ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ค่ะ คุณเชื่อฉันนะคะว่าฉันไม่ได้ตั้งใจทำ ถ้าฉันมีเงินฉันจะรีบเอามาใช้คุณทันทีหญิงสาวพยายามบอกให้เขาเชื่อตนเอง แต่แววตาของอีกฝ่ายก็มองเธออย่างดูถูกไม่เปลี่ยนดังเดิม

 

เชื่อพวกปั้นน้ำเป็นตัวอย่างเธอฉันก็โง่ไปแล้วล่ะ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็ไปสถานีตำรวจกับฉันสิไปยืนยันต่อหน้าตำรวจเลยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจหลอกลวงฉันน่ะขณะเอ่ยก็กุมมือเรียวไว้ไม่ปล่อยและบีบแรงไม่เปลี่ยนดังเดิม นัยน์ตาของมณีไพรำนึกอย่างหวาดระแวงว่าถ้าเธอไปกับเขาจะไม่จับตนเองเข้าคุกจริงเหรอ

 

คุณแน่ใจนะว่าถ้าฉันไปยืนยันกับตำรวจ แล้วคุณจะไม่จับฉันเข้าคุกน่ะมณีไพรำย้ำถามซ้ำอีกคราหนึ่ง

 

แน่ใจสิเธอลอบมองวงหน้าคมก็เห็นรอยยิ้มอยู่ยังมุมปากของอีกฝ่าย นั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจได้ในทันทีด้วยการตอบรับคำพูดของเขาหลังจากนั้น

 

ตกลงค่ะฉันจะไปสถานีตำรวจกับคุณเพียงได้ยินมือที่จับไว้อย่างรุนแรงเมื่อครู่นี้ก็คลายลงไม่จับแน่นดังเดิม

 

อย่างนั้นก็ไปที่รถของฉัน เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปที่สถานีตำรวจเอง

 

เจเดนลากเธอไปยังรถของตนเอง มณีไพรำเห็นสบโอกาสที่อีกฝ่ายเผลอ ก็ใช้ปลายเท้าซึ่งอยู่ในรองเท้าผ้าใบกระแทกไปยังหลังรองเท้าหนังของอีกฝ่ายอย่างแรง เจเดนเจ็บจึงเผลอปล่อยมือเรียวพลางร้องออกมา 

 

โอ๊ยนางรำสาวจึงรีบวิ่งหนีไปโดยเร็ว คล้ายรับรู้ว่าไม่มีทางที่เขาจะทำอย่างที่พูดหรอก

 

นี่เธอโกหกฉันเหรอยายตัวแสบ

 

เขาเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว ตอนนี้เจเดนรับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายแกล้งทำเป็นเออออไปกับตนเองเพื่อหาโอกาสหนีน่ะเอง เจเดนวิ่งตามไปโดยเร็ว ซึ่งมณีไพรำก็วิ่งไปตามทางพร้อมกับนึกไปด้วย 

 

แย่จริงๆ เลย ทำไมนะทางตั้งเยอะตั้งแยะไม่ขับผ่าน มาขับผ่านตรงทางที่เราเดินทำไมกัน

 

ขณะวิ่งนัยน์ตาของเธอก็มองไปทางเบื้องหลังตลอด พบว่าอีกฝ่ายวิ่งไล่ตามมาไม่หยุด โอ๊ยจะตามมาทำไมกันเนี่ยกายเล็กเห็นคนกำลังจะข้ามถนนเป็นกลุ่มจึงปะปนไปด้วยเพื่อจะหนีผุ้ชายที่ไล่ตามตนเอง ชายหนุ่มเห็นเธอวิ่งข้ามถนนไปก็วิ่งไล่ตามอย่างไม่ยั้ง พลางบอกด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่น

 

ฉันจะต้องเอาเธอเข้าคุกให้ได้ยายตัวแสบ

 

นัยน์ตามองไปยังร่างนวลที่วันนี้สวมเสื้อคลุมแบบฮู้ดสีเหลืองสดทีเดียว ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าการแต่งกายของตนเองในวันนี้จะเป็นที่สะดุดตาอย่างมาก แม้วิ่งไปไกลอีกฝ่ายก็ยังมองเห็นอยู่ มณีไพรำมองหาว่าจะหนีไปหลบตรงไหนดีก็พบกับตลาดกลางแจ้งซึ่งอยู่ไม่ไกล เธอหันไปมองเบื้องหลังซ้ำอีกคราหนึ่งคาดการณ์ว่าอีกฝ่ายคงไม่ตามมาหรอกนะ เธอจะได้ไม่ต้องหนีอีก 

 

 แต่ทว่าเมื่อมองเห็นร่างแกร่งกับวงหน้าคมก็ทำให้เธอนัยน์ตาเบิกกว้างและกรีดร้องอย่างหงุดหงิด 

 

อี๋ จะตามมาทำไมกันนะเงินก็ไม่ได้เยอะเลย แบ่งกันใช้หน่อยไม่ได้รึไงกัน

 

มณีไพรำมองหาว่าจะหนีไปหลบตรงไหนดีก็มองเห็นตลาดกลางแจ้งซึ่งอยู่ไม่ไกล เธอตัดสินใจวิ่งเข้าไปในตลาด คนตัวสูงวิ่งตามหลังมาทั้งที่กายอยู่ในชุดสูทตัวเท่ที่พอดีกับเรือนร่างแกร่ง รองเท้าหนังเงาวับอย่างดี ช่างไม่เข้ากับสถานที่ในยามนี้เอาเสียเลย เจเดนไม่เคยมาเดินตลาดอย่างนี้ แต่ในเวลานี้เจเดนไม่สนใจอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงจับตัวยายสิบแปดมงกุฎได้เป็นพอ  

 

เขาไม่ชอบกลายเป็นคนโง่ ด้วยการหาผลประโยชน์จากตนเองด้วยวิธีที่ไม่สุจริต ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้อาฆาตผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน ทั้งที่จะว่าไปเงินที่โดนหลอกก็เป็นเพียงจำนวนเงินที่ไม่ได้มากมายเลย ขนหน้าแข้งเขายังไม่ทันร่วงด้วยซ้ำ 

 

อย่าหนีนะแม่ตัวดีพลางยกนิ้วขึ้นมาชี้ไปยังร่างนวลด้วย เธอก็ตอบกลับไปอย่างไม่ต้องคิดเลย

 

ใครเชื่อก็บ้าแล้วล่ะ

 

มณีไพรำตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีอีกฝ่ายเพียงท่าเดียว โดยเธอก็เริ่มเหนื่อยเหมือนกัน วิ่งไปก็ถอนหายใจหอบแรงติดต่อกัน ถ้าขืนมัววิ่งหนีแบบนี้ล่ะก็ได้หมดแรงแน่ๆ เลย เพราะดูอีกฝ่ายจะไม่เลิกราที่จะจับตนเองเข้าคุกให้ได้ นัยน์ตามองไปยังแม่ค้าที่กำลังยืนขายของอยู่ยังตลาดกลางแจ้ง  

 

แล้วพลันก็คิดถึงแผนการออกว่าจะทำยังไงให้หนีพ้นไปจากสถานการณ์นี้ได้ ปากเรียวสีระเรื่อตะโกนเสียงดังบอกให้คนในตลาดได้ยิน 

.

ช่วยด้วยค่ะผู้ชายคนนั้นจะปล้ำฉันค่ะพร้อมกับใช้มือชี้ไปยังร่างในชุดสูทที่วิ่งตามตนเองมา โดยเธอวิ่งไปหลบยังหลังแม่ค้าคนหนึ่งพร้อมกับแสดงสีหน้าหวาดกลัวให้ทุกคนได้เห็นด้วย

 

ไหนๆ ใครจะปล้ำคุณกันแม่ค้าที่ได้ยินต่างพากันถามด้วยความอยากรู้ เป็นช่วงเดียวกับที่เจเดนวิ่งตามมายังที่หญิงสาวยืนอยู่ พร้อมกับยกมือชี้ไปยังร่างนวลอย่างเข่นเขี้ยว

 

นึกว่าหนีมานี่แล้วฉันจะจะจับไม่ได้อย่างนั้นเหรอ คิดผิดไปแล้วล่ะ

 

คนนี้ล่ะค่ะที่จะปล้ำฉันมณีไพรำชี้ไปยังชายหนุ่มวงหน้าหล่อคม อีกฝ่ายทำนัยน์ตาเบิกกว้างย้อนถามกลับมาด้วยความงุนงงกับประโยคที่ได้ยิน

 

เธอพูดบ้าอะไรน่ะ ใครจะปล้ำเธอกัน

 

ช่วยฉันด้วยนะคะ เขาตามฉันมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วค่ะ ขนาดฉันข้ามถนนหนีมาแล้วก็ยังตามมาอีกค่ะ

 

นางรำสาวใส่ไฟให้มากขึ้นกว่าเดิม ครั้นได้ยินแม่ค้ากับพ่อค้าที่ยืนอยู่ต่างมองมาที่เขาเป็นทางเดียวกันหมด เจเดนรู้สึกถึงพลังออร่าแห่งความน่ากลัวอย่างชัดเจน 

 

หน้าตาก็ดีนะไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไอ้บ้ากามไปได้แม่ค้าวัยกลางคนกล่าวหาเขาด้วยสีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างมาก ไม่เคยมีใครด่าตนเองแบบนี้มาก่อนเลย เขายกมือขึ้นมาชี้ไปยังหน้าอกแกร่งด้วยความงุนงง

 

ผมเนี่ยเหรอครับไอ้บ้ากามพลางย้ำถามซ้ำราวกับไม่เชื่อหู บ้าที่สุด เขาทั้งหล่อและเท่ มองยังไงกันว่าเป็นไอ้บ้ากาม

 

ก็ใช่น่ะสิไอ้บ้ากาม แกคิดจะปล้ำฉัน ถ้าไม่เรียกไอ้บ้ากามแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะมณีไพรำพูดเสียงดังอีกคราวหนึ่งเพื่อเป็นการยืนยันให้ทุกคนรับรู้

 

ผมไม่ได้เป็นไอ้บ้ากามนะครับเขาพยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า แต่หญิงสาวก็ยังยืนกรานไม่เปลี่ยน

 

เห็นหน้าตาดีๆ อย่างนี้เชื่อไม่ได้หรอกนะคะเจเดนมองอย่างเขม่นใส่ผู้หญิงเบื้องหน้าและสบถออกมา

 

ยายตัวแสบ เธอน่ะสิที่เชื่อไม่ได้

 

ช่วยฉันด้วยนะคะคุณป้า คุณลุง ถ้าเกิดว่าทุกคนไม่ช่วย ฉันคงโดนข่มขืนแล้วก็โดนฆ่าหมกข้างทางเพราะผู้ชายคนนี้แน่เลยค่ะเธอเดินไปกอดแขนของคุณลุงชาวอเมริกันที่ท่าทางตัวใหญ่

 

เธอนี่มันจอมโกหก ปลิ้นปล้อนจริงๆพร้อมกับเตรียมเดินเข้ามาหาด้วย แต่ถูกคุณป้าแม่ค้าหยิบไม้ที่อยู่ไม่ไกลขึ้นมาถือไว้และบอกอย่างปกป้องมณีไพรำ เพราะเชื่อในสิ่งที่เธอพูด

 

อย่าเข้ามานะถ้าไม่อยากหัวแบะล่ะก็พร้อมกับใช้ไม้ชี้ไปยังใบหน้าของเจเดนด้วย ทำให้เขาจำต้องก้าวถอยหลังเพราะไม่อยากถูกไม้ตีหัวแตก

 

ผู้หญิงคนนี้เป็นพวกสิบแปดมงกุฎนะครับทุกคน ผมกำลังจะจับไปตัวส่งตำรวจครับ

 

ชายหนุ่มบอกความจริงให้ทุกคนรับรู้ แต่ละคนก็หันไปยังมณีไพรำหลังจากนั้น นัยน์ตาของหญิงสาวรู้สึกหวาดกลัว ตายแล้วถ้าเกิดว่าทุกคนเชื่อเขาเธอคงไม่แคล้วโดนจับแน่เลย 

 

ไม่จริงค่ะ ผู้ชายคนนี้โกหกค่ะเพื่อจะให้ทุกคนหลงเชื่อแล้วจะได้ไม่ช่วยฉัน จะได้ลากฉันไปปล้ำได้ง่ายๆ ค่ะพลางโกหกต่อเพื่อให้ทุกคนเลิกคิดตามที่อีกฝ่ายบอก

 

อย่างเธอน่ะฉันไม่ปล้ำให้เสียมือหรอกเจเดนพูดและมองหญิงสาวอย่างดูถูก

 

ไม่จริงเมื่อกี้คุณยังดึงฉันเข้าไปจูบเลย อย่าไปเชื่อผู้ชายคนนี้นะคะเห็นแต่งตัวดีอย่างนี้ความจริงเป็นพวกมาเฟียค่ะ อาจจะเอาฉันไปขายที่ซ่องก็ได้ค่ะหลังจากข่มขืนแล้วใส่ความใหญ่โตมากขึ้นกว่าเดิม ทุกคนก็หันมามองยังเจเดนอีกคราวหนึ่ง

 

ผมไม่ใช่มาเฟียนะครับชายหนุ่มเถียงกลับโดยเร็ว

 

อย่าให้เขาเอาตัวฉันไปนะคะ ช่วยฉันด้วยนะคะ ผู้ชายคนนี้อาจจะฆ่าฉันได้ค่ะ”  เอ่ยด้วยคำพูดรำพันอย่างน่าสงสารยิ่งนัก เพียงเธอพูดจบก็เดินไปยังตลาดอีกฟากหนึ่ง เจเดนจะก้าวตามไปก็เจอกับไม้หน้าสามและมีดในมือของคุณลุงผู้ขายเนื้อสด

 

อย่าตามไปนะคุณลุงออกปากห้ามเสียงดัง ชายหนุ่มเกิดอาการสะดุ้งโหยงทันที

 

ไม่ตามก็ได้ครับตอบเสียงเบาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น มันคงไม่ดีถ้าไม้จะมาโดนหัวแล้วมีดจะมาฟันตัว

 

ถ้าตามไปล่ะก็จะตีให้หัวแตกเชียว อะไรกันหน้าตาก็ดีดันเป็นพวกบ้ากามได้ป้าวัยกลางคนเชื่อตามที่หญิงสาวบอก เจเดนเอ่ยอย่างอาฆาต

 

อย่าให้เจอตัวอีกรอบนะแม่ตัวแสบ เธอโดนหนักแน่เขาพูดทิ้งท้ายแบบน่ากลัว

 

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตามมามณีไพรำก็รีบวิ่งไปตามซอยที่ซับซ้อนเธอเคยมาเดินแถวนี้บ่อยจึงจำได้ว่ามีทางลัดตรงไหนบ้าง ซึ่งเมื่อเธอมองไปยังเสื้อคลุมที่สวมอยู่ก็ทำสีหน้าไม่สู้ดี 

 

หือ สีแสบตาเป็นที่สุด มิน่าผู้ชายคนนั้นถึงตามเราเจอขนาดว่าหนีเข้ามาในตลาดแล้ว ก็สีมันแสบสันต์ขนาดนี้ ไม่เจอตัวก็บื้อแล้วพร้อมกับเธอรีบถอดเสื้อมาม้วนเป็นก้อนแล้วเอามากอดไว้ด้านหน้า คอยมองไปทางเบื้องหลังเมื่อเห็นว่าไม่มีร่างของอีกฝ่ายเธอก็รู้สึกสบายใจ พร้อมกับกล่าวอธิษฐานด้วยการยกมือขึ้นมาพนมยังอกด้วยอีกครา

 

โอมเพี้ยง ขออย่าให้เธอได้เจอผู้ชายคนนั้นอีกเลย ผู้ชายอะไรหน้าตาหล่อก็จริง แต่ตาดุยังกับเสือน่ะ ถ้าเมื่อครู่เธอโดนจับได้หลังจากที่วิ่งหนีแล้ว คงเละเป็นโจ้กแน่เลย แทบไม่อยากจะนึกสภาพของตัวเองอาจจะโดนฉีกเนื้อกินแน่นอน เธอนึกจินตนาการราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นเสือร้ายกาจที่น่ากลัวยิ่งนัก

 

ครั้นไปถึงศูนย์วัฒนธรรมไทยของนิวยอร์คแล้วเธอก็รีบก้าวเข้าไปยังด้านใน โดยในระหว่างนั้นหญิงสาวผมสั้นประมาณบ่า เรือนร่างเล็ก สูงประมาณ 160 เซนติเมตร ผิวเป็นสีน้ำผึ้งนวลเนียน อายุ 22  ปี อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูนกับกางเกงยีนแบบขาสามส่วนสีเข้มพอดีตัวกับรองเท้าผ้าใบ ก็เดินมาหาเมื่อเห็นเธอและเรียกชื่ออย่างคุ้นเคย 

 

มาแล้วเหรอมณีเธอเกิดอาการสะดุ้งขึ้นมาในพลัน

 

อุ๊ยอีกฝ่ายทำสีหน้างงงันกับท่าทีดังกล่าวจึงถามด้วยความสงสัย

 

ขวัญอ่อนจริงมณีไพรำจึงเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ให้เพื่อนสาวได้ฟัง

 

รู้ไหมเข็ม เมื่อกี้นี้ฉันเจอใครมาน้ำเสียงของเธอแสดงความตื่นเต้นอย่างมาก

 

เจอใครเหรอ จัสติน บีเบอร์ขวัญใจของฉันรึไงกันถามด้วยความคาดเดา

 

ใช่ที่ไหนล่ะฉันเจออีตาผู้ชายที่วิ่งไล่เราสองคนไงล่ะ รู้ไหมว่าฉันน่ะเกือบโดนจับเข้าคุกแล้วเพื่อนสาวแสดงความตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

 

หา อะไรจะซวยอย่างนี้กันนี่ตานั่นยังไม่เลิกอาฆาตพวกเราอีกเหรอ

 

ยังหรอก ดูท่าจะหัวเสียมากเลย ก็ตานั่นบอกพวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดว่าฉันเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แถมทุกคนก็พลอยจะเชื่อเขาด้วยว่าพูดจริงเธอเล่าให้เพื่อนฟังตามลำดับ

 

แล้วทำยังไงน่ะมณี พวกนั้นถึงเชื่อเธอแทน

 

ฉันก็บอกว่าผู้ชายคนนั้นจะปล้ำฉันน่ะสิ แล้วก็บอกว่าเขาดึงฉันเข้าไปจูบด้วยดวงตาของเข็มปัณต์เบิกกว้าง เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะพูดเช่นนี้

 

ทุกคนก็เลยเชื่อเธอสินะ

 

ใช่ ฉันก็เลยหนีมาได้โดยให้ทุกคนกันผู้ชายคนนี้ไว้ไม่ให้ตามฉันไป ไม่อย่างนั้นมีหวังฉันคงตายหยังเขียดแน่ๆพลางทำอาการขนลุกด้วยสีหน้าหวาดหวั่น วันนั้นเราไม่น่าไปหลอกผู้ชายคนนั้นเลยนะพูดพร้อมกับทำอาการถอนหายใจอย่างแรงด้วยความรู้สึกแย่

 

ถ้าไม่หลอกว่าโดนรถชนแล้วเธอจะมีเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านรึไงกันอีกฝ่ายย้อนถามกลับมา มณีไพรำส่ายหน้าติดกันและตอบ

 

ไม่มีหรอก

 

ก็นั่นไงโกหกแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดมากสิคนอื่นทำเลวกว่านี้เขายังไม่รู้สึกอะไรเลย อีกอย่างหนึ่งผู้ชายหน้าหล่อคนนั้นน่ะถึงไม่จ่ายให้เราก็ต้องไปจ่ายเงินให้สาวๆ บางทีมากกว่านี้อีกด้วยซ้ำไป นี่ถ้ายายของเธอไม่ป่วยจนเธอกับแม่ต้องไปยืมเงินเบิร์กลี่มาจ่ายค่ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แล้วเธอไม่โดนขโมยกระเป๋าเงิน ฉันก็คงไม่ต้องโกหกผู้ชายคนนั้นหรอกรู้ๆ อยู่ว่าตานี่น่ะเขี้ยวจะตายชัก ส่วนยายเจนน่าเจ้าของบ้านเช่าก็เขี้ยวพอกัน

 

ซึ่งน้าปิ่นปัทม์กับเข็มปัณต์ก็เอาเงินเก็บมาช่วยด้วยโดยไม่ได้รีบทวงไว้มีค่อยคืนเพราะรู้ดีว่ายังไงตอนนี้ครอบครัวของมณีไพรำก็คงยังไม่มีคืนแน่นอน แต่ก็ยังไม่พอค่าใช้จ่ายของผู้เป็นยายที่ต้องรักษานานหลายเดือนซึ่งทำให้เงินของมณีไพรำกับมารดาแทบไม่พอใช้ ถ้าฉันไม่ใช้วิธีนี้ เธอได้จ่ายค่าเช่าอานแน่ๆ เพราะคิดเงินเพิ่มอีกเป็นรายวันเข็มปัณต์ปลอบโยนเพื่อนสนิทซึ่งเป็นนางรำ

 

ฉันจะพยายามไม่คิดมากก็แล้วกันนะเข็มมณีไพรำตอบกลับไปเบาๆ

 

ดีแล้วเพื่อนสาวยิ้มอย่างเห็นด้วย

 

มารดาของมณีไพรำได้มาทำงานที่นี่เพราะน้าปิ่นชวนมาทำด้วยกัน โดยปิ่นปัทม์เพื่อนของมารดาเป็นแม่ของเข็มปัณต์ มณีไพรำจึงได้มาอยู่และเรียนต่อที่นี่ ซึ่งครอบครัวของแม่ก็เลิกรากันตั้งแต่อีกฝ่ายยังเด็ก แม่จึงต้องไปอยู่กับพ่อก่อนจะแต่งงานและมีเธอ พ่อของมณีไพรำเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย ส่วนน้ารุจิราซึ่งเป็นพี่สาวฝาแฝดคนน้องก็ไปอยู่กับแม่ ตอนนี้ก็ได้แต่งงานแล้วเช่นกัน  

 

มณี เข็ม อาทิตย์นี้ว่างรึเปล่ารติวรรณมารดาของมณีไพรำถามหญิงสาวทั้งสอง

 

ว่างค่ะ มีอะไรเหรอคะแม่ผู้เป็นลูกสาวถามกลับ

 

พอดีว่าวันอาทิตย์นี้จะมีการเลี้ยงส่งท่านกงสุลใหญ่น่ะ เราต้องพาพวกเด็กๆ ไปรำโชว์ด้วยก็เลยอยากจะให้มณีกับเข็มช่วยดูแลน้องๆ หน่อยน่ะ เพราะวันนั้นคงยุ่งมากเลยทีเดียวมารดาของปิ่นปัทม์บอกให้ทราบ ครั้นได้รับรู้ทั้งสองก็ยิ้มด้วยสีหน้ายินดี

 

ไม่มีปัญหาค่ะแม่ น้าปิ่น เดี๋ยวเราสองคนจะช่วยดูแลน้องๆ ให้เองค่ะ

 

ขอบใจนะลูกรติวรรณจับไปยังบ่าเล็กด้วยรอยยิ้ม

 

นี่เด็กๆ ก็กำลังซ้อมรำค้างคาวกินกล้วยอยู่ เพื่อใช้ในการแสดงที่จะมาถึงโดยทั้งสองก็ได้ไปดูน้องๆ ซ้อมรำซึ่งตรงไหนที่ยังรำไม่ดี มณีไพรำก็จะช่วยบอกให้รู้ด้วย

 

ต้องยกมือขึ้นมาสูงกว่านี้นะคนสวย

 

ค่ะพี่มณีที่นี่เธอกับเข็มปัณต์จะอยู่ในฐานะของพี่สาวน้องๆ ทำให้เธอมีน้องสาวหลายคนทีเดียว

 

 

ในช่วงที่เธอทั้งสองไม่ได้มีธุระหรืองานอะไรก็มักจะเป็นคนพาเด็กๆ ไปแสดงโชว์ตามงานต่างๆ ที่ได้รับการติดต่อมา หญิงสาวมีหน้าที่คอยดูแลความเรียบร้อยให้กับน้องๆ ในวันแสดงก่อนที่จะไปขึ้นโชว์ ส่วนเข็มปัณต์ก็ทำหน้าที่ถ่ายรูปและเก็บภาพแบบวีดีโอ

++++++++++++

แปะที่นี่นะคะ เพราะว่าข้าวไม่อยากมีปัญหาอีกค่ะ


จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด : 13
1
รูปประจำตัว
Rifki
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 1
20/7/2558 5:07:00
I feel saitsfied after reading that one.
รูปประจำตัว
Rosa
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 2
21/2/2559 12:49:00
จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด : 13
1

แสดงความคิดเห็น หัวข้อ : มารปรารถนา ตอน 1
* ชื่อ :
เช่น John
ไอคอน :
ความคิดเห็น :
อีโมชั่น :



ไฟล์ : แนบไฟล์ แนบไฟล์
Captcha :
captcha
  Enter Characters
แสดงความคิดเห็น
 
Online:  32
Visits:  885,997
Today:  1,098
PageView/Month:  28,699