สำนักพิมพ์ รัตมาบุ๊คส์ Story Love Sweet

ผู้เขียน : tonkhowรัตมา   หัวข้อ : ตอน 9 รีไรท์อ่าน 32726 / ความคิดเห็น 22
รูปประจำตัว
tonkhowรัตมา
  • 150 กระทู้ที่เริ่มไว้
  • 24 เมษายน 2556
รูปไอคอน
หัวข้อ : ตอน 9 รีไรท์
25/3/2558 17:39:00

 

 

 

Rafael Lazzini

 

มณีไพรำทำอาการทอดถอนลมหายใจเข้าไปเต็มปอดเพื่อเรียกความกล้าก็เธอไม่เคยจูบผู้ชายก่อนนี่ มือเรียวประคองไปยังใบหน้าคมและบดเคล้าเรียวปากนุ่มยังริมฝีปากร้อน ขบเม้มปากของเขาและโลมไล้ด้วยเรียวลิ้นเล็ก ช่างเหมือนลูกแมวตัวน้อยช่างออดอ้อนเสียจริง โดยสอดแทรกเรียวลิ้นเล็กเข้าไปยังด้านใน เช่นเดียวกับที่เขาทำ

เกี่ยวพันกับลิ้นร้อนภายในซึ่งเจเดนก็จูบตอบเธอกลับมาอย่างอ่อนหวานเช่นกัน ปลายนิ้วของเธอโลมเล้ากับวงหน้าคม จูบเขาอย่างเพลิดเพลิน โดยเจเดนก็ร้อยรัดกับความพลิ้วไหวที่อ่อนประสบการณ์อย่างชื่นชอบ โดยมือของเขาก็กอดรัดกายนุ่มไว้อย่างเต็มสัมผัสโดยเฉพาะกับยอดทรวงที่สร้างความหวิวหวามไปทั่วร่างให้กับเธอ เพียงไม่นานมณีไพรำก็ผละวงหน้านวลออกมาบอกให้เขาได้รับรู้

คราวนี้จะให้เสื้อผ้าฉันได้รึยังขณะถามมือเรียวก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาพันร่างของตนเองก็ไม่รู้จะพันไปทำไมเพราะมันไม่ได้ประโยชน์สักนิดในเมื่อหญิงสาวไม่มีสิ่งใดเป็นความลับของอีกฝ่ายต่อไป

อยากได้ชิ้นไหนล่ะปลายนิ้วของเจเดนหยิบบราลูกไม้ขึ้นมาพร้อมกับแพนตี้ตัวเล็กของเธอโดยมือทั้งสองข้าง สร้างความอับอายให้กับมณีไพรำอย่างมาก เธอคว้าบราลูกไม้มาถือไว้อย่างเร็ว โดยถามซ้ำแบบอยากรู้

ต่อไปจะให้จูบตรงไหนอีกกัน

ไม่ใส่ก่อนเหรอเมื่อเห็นเธอเอามาถือไว้เฉยๆ ก็แสดงความประหลาดใจ

เดี๋ยวฉันเอาไปใส่ในห้องน้ำเอง บอกมาสิว่าจะให้ฉันจูบตรงไหนต่อ

ต่อไปก็จูบที่คอฉันทั้งสองด้าน

นี่ถ้าเธอเป็นแดร็กคูล่าล่ะก็จะกระโดดกัดคอดูดเลือดให้ตัวซีดทีเดียว นึกอย่างเข่นเขี้ยว เธอก้มหน้าลงไปใกล้ชิดทำตามที่เขาเรียกร้องอย่างว่าง่าย ปากเล็กจุมพิตไปยังลำคอแกร่งซึ่งรับรู้ได้ถึงกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นน้ำยาโกนหนวดอาฟเตอร์เชฟ เจเดนรู้สึกชื่นชอบเสียจริงยามที่เธอซบไซ้กับลำคอแกร่งของตนเอง ช่างให้ความรู้สึกที่ดีอย่างมากทีเดียว

ไม่นานเธอก็ผละร่างนวลออกมาและเรียกร้องสิ่งที่ตนเองพึงได้ด้วยการคว้าแพนตี้สีหวานมาถือไว้ในลักษณะเดียวกัน ตอนนี้จึงเหลือเพียงเสื้อชีฟองสีหวานกับกระโปรงยีนเหนือเข่า

จะให้จูบตรงไหนอีกคะพลางสอบถามต่อไปอย่างประชด

ตรงนี้นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างเมื่อได้รับรู้ว่าต้องจูบตรงไหนต่อ

จะให้ฉันจูบตรงนั้นเหรอคะทวนเหมือนไม่มั่นใจกับมันเท่าใดนักราวได้ฟังไม่ชัดเจน

ใช่ตรงนั้นล่ะเธอต้องจูบให้เหมือนกับที่จูบปากฉันด้วยทั้งสองด้าน

มันคงไม่มีอะไรที่แย่ไปกว่านี้อีกแล้ว ทำๆ ให้มันเสร็จซะเธอจะได้กลับบ้านซะที ถ้าพรุ่งนี้เข็มไม่เห็นเธอที่บ้านก็อาจจะเป็นห่วงได้ แล้วคงโทรหาแม่กับน้าปิ่นจะเป็นเรื่องใหญ่โตมากขึ้น นึกอย่างคาดเดากับเหตุการณ์ในอนาคต จำต้องทำตามที่เขาบอกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ปากเล็กจูบลงไปที่ยอดอกของเขาและดูดดึงมันเหมือนกับที่ทำกับปากของอีกฝ่าย โดยลิ้นเล็กก็ไล้โลมอย่างแผ่วเบาด้วย สร้างความซ่านหวิวให้กับเจเดนอย่างมาก

มือใหญ่ทั้งสองยกขึ้นสอดแทรกไปยังเส้นผมนุ่มเป็นลอนที่ระยุ่งอย่างไม่เป็นทรง พร้อมกับแอ่นแผ่นอกกว้างเข้าหาปากของเธอมากขึ้นกว่าเดิม โดยส่งเสียงกระหึ่มลอดลำคอแกร่งออกมา

อา เยี่ยมมากเลยยาหยี

 ยิ่งมณีไพรำเห็นเขาดิ้นเร่าด้วยความหวิวหวามก็ทำให้เธอเกิดความเข่นเขี้ยวด้วยการโลมไล้อย่างจังหวะระรัวเร็วกว่าเดิม นั่นยิ่งทำให้เจเดนดิ้นพล่านมากขึ้น พร้อมกับถอนหายใจหอบ จนเธออดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายก็ทำแบบนี้กับตนเองเช่นกัน ดังนั้นมันจึงเป็นการล้างแค้นที่สะใจหญิงสาวยิ่งนัก มณีไพรำลุกขึ้นก่อนจะหยิบเสื้อชีฟองมาถือไว้ และย้อนถามเขากลับไปเป็นครั้งสุดท้าย

ต่อไปคุณจะให้ฉันจูบตรงไหนอีก

ตรงนี้

มณีไพรำนัยน์ตาเบิกกว้างมากกว่าเมื่อครู่เสียอีก ทั้งยังโวยวายออกมาด้วยอย่างไม่ยอมพลางด่ากราดเขาแบบไม่ไว้หน้าและรับรู้แล้วว่าจะโดนบวกดอกเบี้ยเพิ่มมากแค่ไหน เพราะเธอเล่นด่าอีกฝ่ายเป็นชุด เมื่อเขาชี้ไปยังอาวุธคู่กายของตนเอง

คุณมันบ้า โรคจิต ยี้ ฉันไม่ทำหรอก

ฉันล้อเล่นน่ะ จูบที่ตัวฉันต่างหากล่ะ

พร้อมกับที่มือใหญ่ก็บอกให้ทราบถึงบริเวณที่จะให้เธอจูบ หญิงสาวทำอาการถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนที่ปากเล็กจะจุมพิตพร่างพรมไปยังแผ่นอกแกร่งโดยที่เจเดนก็รั้งกายระหงอย่างใกล้ชิด มือป่ายปัดไปตามร่างนวลจากเอวเล็กไปจนถึงแผ่นหลังที่รับรู้ได้ถึงความนุ่มละมุน หัวใจของมณีไพรำเต้นระรัวยามที่เขาลูบไล้ไปทั่วร่างของตนเอง เกิดความรู้สึกอยากให้กอดอย่างนี้ตลอดไป...

แต่แล้ววงหน้านวลก็สะบัดไปมาพลางต่อว่าตนเองที่ไปคิดอะไรเหลวใหลแบบนั้น เธอไม่มีวันรู้สึกยินดีที่ผู้ชายคนนี้กอดตนเองเด็ดขาด หญิงสาวผละวงหน้าขึ้นมาและรีบหยิบกระโปรงยีนมาโดยเร็วเธอหอบเสื้อผ้าไว้กับทรวงอวบอิ่ม

ฉันจะไปใส่เสื้อผ้าแล้วเธอก็รีบวิ่งเข้าไปยังห้องน้ำโดยเร็วส่วนอีกมือหนึ่งก็จับชายผ้าห่มไว้เพื่อไม่ให้หลุด  ภาพดังกล่าวทำให้เจเดนอดที่จะเกิดความรู้สึกเอ็นดูไม่ได้

ยายตัวแสบมองๆ ไปเธอก็น่ารักเหมือนกันนะ

เมื่อมณีไพรำแต่งตัวเสร็จแล้วเธอก็ไม่คิดรั้งรอที่จะอยู่อีกต่อไป มือเรียวสะพายเป้ยังบ่าเล็กและบอกให้เขาได้รับรู้

คุณไม่ต้องไปส่งฉันหรอกค่ะฉันกลับเองได้

ไม่ได้ ฉันชอบใช้ของมือเดียวไม่ชอบใช้ร่วมกับคนอื่น

กฎนี้เพิ่งตั้งขึ้นมาสำหรับเธอโดยเฉพาะ นั่นเพราะตลอดมาไม่เคยแคร์เลยว่าได้เป็นมือที่เท่าไร แต่สำหรับลูกหนี้สาวผู้นี้เขากลับแคร์และไม่พอใจถ้า  หากว่าจะมีใครมาซ้ำรอยของตนเอง ถ้าชายหนุ่มยังเป็นเจ้าหนี้อยู่ล่ะก็ อย่าหวังว่าไอ้หน้าไหนจะได้มาวุ่นวายกับลูกหนี้ของเขาเด็ดขาด

กายระหงเตรียมจะเดินไปยังประตูห้องเพ้นท์เฮาส์ของเจเดน ชายหนุ่มก็เอื้อมมือคว้าแขนเรียวไว้และถามอย่างแสดงความสงสัย

นี่เธอไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยเหรอที่ได้มาอยู่ในเพ้นท์เฮาส์ที่สวยงามมากอย่างนี้น่ะผิดกับผู้หญิงคนอื่นที่ตื่นเต้นอย่างมากเมื่อเขาพาเข้ามาที่นี่

จะให้ฉันตื่นเต้นอะไรฉันเกลียดมันด้วยซ้ำไปเพียงได้ยินคำตอบจากอีกฝ่ายก็ยิ่งทำให้นักธุรกิจหนุ่มประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิม

เธอเป็นบ้ารึเปล่าที่บอกว่าเกลียดมันน่ะ คนอื่นมีแต่บอกว่าชอบหมดทุกคน

ที่ฉันบอกว่าเกลียดมันน่ะไม่ใช่แค่เพ้นท์เฮาส์หรอกนะ ต่อให้เป็นของที่แพง อลังการงานสร้าง หลายหมื่นแสนล้าน ฉันก็เกลียดมันทุกอย่าง ถ้ามันเป็นของคุณ เพราะฉันเกลียดคุณมณีไพรำอธิบายให้เขาได้ฟังอย่างชัดเจน โดยเน้นคำว่าเกลียดมากเป็นพิเศษ ไม่เคยมีใครที่กล้ายอกย้อนตนเองเช่นนี้มาก่อนเลย

อย่างนั้นเธอก็ต้องเกลียดตัวเองด้วยสินะเพราะเธอก็เป็นของฉันเหมือนกัน

นั่นล่ะเป็นสิ่งที่ฉันเกลียดมากที่สุด ฉันไม่น่าไปยุ่งกับคนอย่างคุณ จนชีวิตของฉันต้องบัดซบพบกับผู้ชายห่วยแตกอย่างคุณไงล่ะ

มันจะมากไปแล้วนะแม่ตัวดีพอฉันยอมเข้าหน่อยก็ลามปามเลยเมื่อโดนด่าเป็นชุดเจเดนก็หงุดหงิดขึ้นมา

ก็คุณถามฉันนี่ ฉันก็ตอบให้คุณฟังไงล่ะ มันผิดด้วยเหรอก็จริงเธอตอบตามที่ตนเองอยากรู้

ครั้งนี้ฉันจะยอมให้ แต่ถ้าเธอมาปากดีใส่ฉันล่ะก็ฉันจะบวกเพิ่มหรือว่าจะให้ฉันบวกเพิ่มเข้าไปดีนะที่เธอพูดจากับฉันไม่ดีน่ะเจเดนถามกลับอย่างหยอกยั่ว ซึ่งเธอก็ตอบอย่างไม่แคร์

อยากบวกก็บวกไปเลยนั่นเพราะเธอคิดที่จะทำตัวเป็นลูกหนี้ชั้นเลวอยู่แล้ว ก็คือไม่คิดที่จะจ่ายอย่างแน่นอน

ได้ ฉันจะบวกเข้าไป รวมเป็นห้าเหมือนเดิมรอบเดียวก็อย่าหวังว่าจะได้จากเธออีกต่อไป

จะไปส่งฉันกลับบ้านได้หรือยังล่ะ ฉันอยากจะออกไปจากเพ้นท์เฮาส์ห่วยๆ นี้เต็มทีละเพ้นท์เฮาส์ห่วยๆ แต่เขาลงทุนไปเป็นหลักหลายสิบล้าน แม่คุณพูดได้ยังไงกันว่าห่วยๆ

ฉันจะไปส่งเธอกลับบ้านมือใหญ่กระชากร่างนวลไปยังรถของตนเองก่อนจะผลักเธอเข้าไปยังด้านใน เจเดนก้าวขึ้นไปประจำที่นั่งคนขับแต่ยังไม่สตาร์ทเครื่องยนต์ นั่นจึงทำให้มณีไพรำถามอย่างคาดคั้น

ทำไมไม่ออกรถล่ะ

เธอนี่เป็นผู้หญิงที่พูดจาแย่มาก ไม่เคยมีใครที่พูดแบบนี้กับฉันเลยรู้ไว้ด้วยคู่ควงเขาแต่ละคนพูดจาฉอเลาะออดอ้อน คะขากันทุกคน

ฉันไม่จำเป็นต้องพูดจาดีกับผู้ชายที่ฉันเกลียด

พลางย้ำให้เขารับรู้ซ้ำ แต่น่าแปลกที่เขาไม่ไล่หญิงสาวลงไปจากรถเหมือนผู้หญิงคนอื่นเวลาที่ทำให้เขาหงุดหงิด เจเดนมักจะไล่อย่างไม่ไว้หน้าหากทว่าชายหนุ่มกลับไม่เอ่ยคำพูดดังกล่าวออกมา

เกลียดฉันมากเลยเหรอแม่ตัวดีดูเหมือนว่าชื่อนี้จะติดปากของชายหนุ่มเสียแล้ว

คุณจะเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในโลกนี้ที่ฉันเกลียดมากที่สุด

งั้นเธอก็ต้องทำใจหน่อยนะว่าต้องนอนกับคนที่เกลียดไปอีกห้ารอบน่ะ ฉันยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย บอกมาสิว่าเธอชื่ออะไรแม้ว่าเขาจะเรียกอย่างติดปากว่าแม่ตัวดี ยายตัวแสบแต่เขาก็อยากที่จะรู้ชื่อจริงของอีกฝ่าย หญิงสาวก็เตรียมบอกด้วยความชินปากเวลาไปทำงานกับอยู่ที่ศูนย์วัฒนธรรมนิวยอร์ค

มะ เอ่อ ฉันชื่อไพลิน

เกือบหลุดชื่อจริงออกไปเสียแล้ว แต่ไม่ทันชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้เลยซึ่งทันได้เห็นอาการดังกล่าว วงหน้าคมขยับลงมาใกล้ใบหน้านวลและมองจ้องอย่างเอาจริงเอาจัง มณีไพรำก็หันหน้าไปทางอื่น เจเดนจึงย้อนถามกลับไปซ้ำ

ชื่อไพลินอย่างนั้นเหรอ

ใช่ ฉันชื่อไพลิน”  พลางย้ำให้เขาได้ยินอย่างชัดเจน

ฉันไม่เชื่อตอบมาเดี๋ยวนี้ว่าเธอชื่ออะไร อย่าให้ฉันต้องค้นกระเป๋าของเธอดูเองเมื่อไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เธอจึงจำต้องบอกให้อีกฝ่ายฟัง

ฉันชื่อมณีไพรำ

ไหนเมื่อกี้บอกชื่อไพลินเธอนี่ไม่เคยพูดความจริงเลยสักอย่าง

ชายหนุ่มมองอย่างหมิ่นแคลน

ก็ฉันไม่อยากให้คุณรู้ว่าฉันชื่ออะไรเธอบอกถึงความรู้สึกของตัวเองออกไป

ไม่อยากให้ฉันเรียกชื่อเธอเวลาที่ถึงจุดสุดยอดด้วยกันเหรอเมนี่ครั้นรับรู้ว่าเธอชื่ออะไรเจเดนก็เรียกชื่ออีกฝ่ายสั้นๆ

ทุเรศ คุณนี่มันน่ารังเกียจที่สุด

เพิ่มอีกหนึ่งเป็นหก ฉันชักจะสงสัยแล้วนะว่าที่เธอบอกว่าอยากใช้หนี้นานๆ น่ะ เพราะเธออยากบวกหนี้ต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้รึเปล่าถึงขยันด่าฉันจัง จะได้ให้ฉันเก็บดอกเธอเยอะๆ

ฉันไม่มีความคิดบ้าๆ แบบนั้นหรอก คุณเก็บชื่อเมนี่ไว้เรียกผู้หญิงในสต็อกของคุณเถอะแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่อย่างมาก

แล้วเธอชื่ออะไรล่ะก็บอกมาสิ

ถ้าจะเรียกชื่อฉันล่ะก็ช่วยเรียกฉันว่ามณีไพรำด้วย

ยาวตายชัก ไม่เรียกหรอกปกติคนอื่นเรียกเธอว่ายังไงตอบอย่างเอาแต่ใจยิ่งนัก

คนอื่นเรียกฉันว่ามณี แต่นั่นสำหรับคนสนิท คุณไม่ใช่คนสนิทห้ามเรียกจะมีใครยียวนกวนอารมณ์เขาได้มากเท่าผู้หญิงคนนี้ไหมนะ ไม่มีหรอก เพราะเป็นคนแรกที่กล้าตีรวนเขาตลอด

ตัวติดกันแบบไม่มีเสื้อผ้าเลยสักชิ้นเนี่ย จนฉันเอาเจ้าลูกชายเข้าไปอยู่ในตัวเธอจนเธอครางแทบไม่หยุด ยังเรียกว่าไม่สนิทอีกเหรอ หรือว่าต้องให้ทบทวนซ้ำอีกรอบหนึ่งบนรถจะได้ยืนยันว่าสนิทกันมากแค่ไหนนัยน์ตาของ  มณีไพรำเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดอย่างมากพร้อมกับที่เรียวปากนุ่มเม้มเข้าหากันแน่น ที่เถียงอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย

อย่างนั้นก็เรียกฉันว่าไพรำละกันเธอไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้มาเรียกชื่อตนเองอย่างสนิทสนม

ฉันจะเรียกว่าเมนี่ตามความพอใจของตนเอง

ฉันไม่ชอบรีบบอกให้รับรู้อย่างไม่ยอม

ก็ตามใจเธอสิแต่ฉันจะเรียกเธอว่าเมนี่ บ้านเธออยู่ไหนบอกมาเขาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน

ฉันอยู่ที่ถนนลินเดนเธอจะหลอกให้อีกฝ่ายไปส่งที่นั่น แล้วก็จะได้หนีกลับบ้านหลังจากที่อีกฝ่ายกลับไปแล้ว

ฉันรู้จักเจเดนตอบอย่างรับรู้

มณีไพรำไม่อยากคุยกับเขาจึงแกล้งทำเป็นหันไปทางอื่น เจเดนมองไปยังแผ่นหลังเล็กและยิ้มอย่างคาดเดา ฉันรู้ว่าเธอพูดไม่จริงหรอกเมนี่ เธอก็คงโกหกเหมือนทุกครั้งน่ะล่ะชายหนุ่มต้องการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนเองคิดมันถูกต้องหรือไม่จึงไม่ได้แย้งอะไรอีก และทำหน้าที่ขับรถไปยังสถานที่เธอบอก

กระทั่งถึงถนนลินเดนแล้วมณีไพรำก็บอกให้เขาจอดรถยังหน้าปากซอยแห่งหนึ่ง เจเดนก็ทำตามที่เธอพูดอย่างว่าง่าย ด้วยการจอดรถเข้าทาง เธอหันกลับมาบอกเขา

ขอบคุณนะคะที่มาส่งฉันแต่พอจะเปิดล็อกก็ปรากฏว่าไม่ได้จึงหันมาทำหน้านิ่วใส่เขา เปิดประตูให้ฉันลงไปสิคะ

ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน อยู่ในซอยนี้ใช่ไหมบ้าแล้วใครจะให้เข้าไปส่งล่ะ

ส่งฉันตรงนี้ก็พอค่ะ

คิดว่าฉันจะโง่ปล่อยเธอลงไปแล้วตามเธอไม่เจอเหรอตอบอย่างรู้เท่าทัน

ฉันไม่หนีคุณหรอกไม่หนีคืนนี้แต่คืนต่อไปหนีโลด

ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน หลังไหนบอกมาเลยดูเหมือนเขาจะต้องการคำตอบให้ได้ มณีไพรำก็ชี้ไปมั่วๆ

ก็ได้ฉันจะให้คุณเข้าไปส่งที่บ้านถ้าวิ่งหนีตอนมืดๆ อีกฝ่ายก็คงจะตามหาไม่เจอหรอก บ้านฉันอยู่ในซอยนี้ล่ะ

คิดด้วยความมั่นใจ เจเดนก็เลี้ยวรถเข้าไปและขับแล่นไปตามทาง มณีไพรำก็มองว่าบ้านหลังไหนกันที่ปิดไฟมืดแล้วมีทางออกหลายทาง กระทั่งจำได้ว่าอยู่ตรงไหนนั่นเพราะว่าหญิงสาวเคยมาหาแตงกวาในวันที่จัดงานวันเกิดให้อีกฝ่ายน่ะเอง แต่ป่านนี้แตงกวาคงหลับไปแล้วล่ะ บ้าที่สุดแทนที่เธอจะได้กลับไปนอนที่บ้านอย่างสบายแต่ต้องมาติดกับผู้ชายร้ายกาจแบบนี้

จอดตรงนี้ล่ะ ถึงบ้านของฉันแล้วเจเดนเปิดเซนทรัลล็อกให้เธอ    มณีไพรำก็รีบก้าวลงไปโดยเร็วและรีบวิ่งหนีไปในความมืด ชายหนุ่มก้าวลงมาจากรถแกล้งทำเป็นโวยวาย

เฮ้ เมนี่เขาทำเป็นวิ่งตามเธอไปและหาไม่เจอ หายไปไหนแล้วนะทั้งที่เขาเห็นว่าหญิงสาววิ่งเข้าไปหลบยังบ้านหลังหนึ่ง แต่ก็ทำเป็นไม่เห็นดังเดิม แสบมากเลยนะแม่ตัวดีอย่าให้ฉันจับได้อีกรอบละกันเจเดนสบถด้วยสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะเดินกลับมาที่รถของตนเองแล้วขับรถออกไปทันที

มณีไพรำถอนหายใจด้วยความโล่งอกคิดว่าจะไม่รอดแล้วซะอีก เธอเดินออกมาดูให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไปแล้วจริงๆ ไม่มีรถของเขาอยู่แล้ว เธอตอบด้วยคำพูดที่ตั้งใจไว้

ฉันไม่มีวันผ่อนดอกเบี้ยบ้าๆ อะไรให้คุณหรอก ฝันไปเถอะเจเดนได้ยินอย่างชัดเจนนั่นเพราะว่าแกล้งจอดรถหลบและดับเครื่องยนต์ท่ามกลางความมืดโดยเปิดกระจกรถแทน พลางยิ้มอย่างร้ายกาจ

เธอจะเคยไปทำแสบกับใครมาฉันไม่สนใจหรอก แต่ถ้าคิดจะมาทำแสบกับฉันล่ะก็ได้เจอดีแน่นอนแม่ตัวดี

ยามที่เขาเกิดความโมโหก็จะเรียกชื่อเดิมที่ตนเองติดปากในคราวแรกออกมา เล่นกับใครก็เล่นไปแต่อย่ามาเล่นกับคนอย่างเจเดนเด็ดขาด

มณีไพรำเรียกรถโดยสารกลับบ้าน ชายหนุ่มก็ขับรถตามไปราวกับว่าจะคอยไปดูแลความปลอดภัยให้กับเธอ จวบกระทั่งหญิงสาวก้าวลงมาจากรถโดยสารเจเดนก็ขับตามไป ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมาทำแบบนี้กัน กับผู้หญิงที่หลอกลวงเอาเงินของตัวเองไป ผู้หญิงคนอื่นชายหนุ่มยังไม่เคยทำเลยด้วยซ้ำที่จะให้มาคอยเดินตามระวังภัยให้ เจเดนก็ขับตามไปอย่างเชื่องช้าโดยไม่ให้อีกฝ่ายผิดสังเกตได้

หญิงสาวเดินเข้าไปในซอยที่ไม่เปลี่ยวเท่าใดนัก หากเกิดอะไรขึ้นเขาคงเป็นคนแรกที่พุ่งตัวเข้าไปช่วย นั่นเพราะเจเดนพกปืนติดตัวมาด้วย เมื่อเห็นเธอถึงบ้านอย่างปลอดภัยชายหนุ่มก็แสดงความเบาใจอย่างมาก นี่เขาทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย ยายนั่นเป็นแค่ลูกหนี้นะไม่ใช่คนที่เขาจะต้องดูแลมากเสียหน่อย แถมยังทำแสบกับตัวเองไว้ตั้งหลายอย่าง ยังจะตามมาปกป้องอีกเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนค่ำคืนที่ผ่านมาน่ะเอง

นึกเหรอว่าคนอย่างเธอจะหนีฉันพ้นน่ะ ฉันไม่ยอมให้ใครสร้างหนี้แล้วมาชิ่งหนีหนี้ง่ายๆ หรอก

ชายหนุ่มมองไปยังบ้านหลังที่เธอก้าวเข้าไปเมื่อครู่ ก่อนจะขับรถออกไป ระหว่างนั้นคำพูดของเธอก็พลันดังขึ้นมาให้ได้ยินอีกคราหนึ่ง

ที่ฉันบอกว่าเกลียดมันน่ะไม่ใช่แค่เพ้นท์เฮาส์หรอกนะ ต่อให้เป็นของที่แพง อลังการงานสร้าง หลายหมื่นแสนล้าน ฉันก็เกลียดมันทุกอย่าง ถ้ามันเป็นของคุณ เพราะฉันเกลียดคุณ

ชายหนุ่มยิ้มอย่างเย้ยหยันคำพูดของอีกฝ่าย ตั้งแต่ที่เขาเจอเธอรู้สึกว่าจะนั่งยิ้มคนเดียวไม่หยุดหลายครา นี่เธอให้เขาดูดกัญชารึไงกันนั่งยิ้มอยู่คนเดียวหลายรอบแล้ว

ถึงเธอจะเกลียดฉัน แต่ก็ต้องทนนอนกับคนที่เกลียดไปก่อนละกัน

ทางด้านของมณีไพรำเมื่อก้าวเข้ามาในบ้านของตนเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหญิงสาวไม่ได้ไปนอนที่บ้านของเข็มปัณต์ ไม่อยากที่จะปลุกอีกฝ่ายให้ตื่นน่ะเอง กายนุ่มรีบเดินไปอาบน้ำโดยเร็ว มองเห็นร่องรอยสีแดงเต็มตัวไปหมด รับรู้ว่ามันเกิดจากสิ่งใด ฝีมือของผู้ชายร้ายกาจที่ใช้ปากร้อนสัมผัสไปทั่วร่างของเธอ นัยน์ตาของมณีไพรำหลับพริ้มอย่างรู้สึกแย่เหลือเกิน ไม่คิดเลยว่าเรื่องบ้าๆ นี่จะมาเกิดกับตนเอง

กายนุ่มทรุดลงไปนั่งกับพื้นราวกับคนที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง พรหมจรรย์ที่ตนเองตั้งใจรักษาเพื่อจะมอบให้กับคนที่รัก มันคงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว มือเรียวยกขึ้นกอดร่าง คล้ายถูกความเหน็บหนาวเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจเลย แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมง ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป ราวหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว

จากที่เธอมีความสุข แต่ในยามนี้มณีไพรำช่างเต็มไปด้วยความทุกข์เหลือแสน

 

ธาวิตที่กำลังนอนหลับอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเปลือยแผ่นอกกว้าง พลันลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น กริ๊ง!กายแกร่งเอื้อมมือไปกดปุ่มนาฬิกาปลุกหลังจากนั้น พร้อมกับลุกขึ้นมาจากที่นอน เขาถอดเสื้อผ้าออกไปโดยเร็วจนเหลือเพียงกายกำยำ ก่อนจะจัดการอาบน้ำแต่งตัวอย่างไม่รอช้า เพียงครู่ก็เปลี่ยนเป็นชุดใหม่ เขาขับรถออกจากบ้านโดยเร็ว

ปกติวันหยุดเขามักจะนอนยันเที่ยง แต่ช่วงนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น ตั้งแต่ที่เขาหมายมั่นว่าจะพาคุณครูซึ่งเป็นนางรำคนสวยขึ้นเตียงให้ได้ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโดยคิดอย่างมุ่งมั่น

ไปรับมณีดีกว่าเรียกชื่อเธอด้วยความสนิทสนมอย่างมาก

เพียงครู่เขาก็ขับรถไปจอดยังหน้าบ้านของหญิงสาวเพื่อทำให้อีกฝ่ายเซอร์ไพรส์ที่ตนเองมารับถึงบ้าน ระหว่างนั้นเข็มปัณต์กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ทางด้านนอกพลางร้องเพลงลูกทุ่งและเต้นไปด้วยอย่างอารมณ์ดีโดยสวมหูฟังไว้ด้วย

จะขอก็รีบขออย่ารอให้ถึงปีหน้า ของอื่นนั้นขึ้นราคาแต่ค่าตัวน้องรับรองเหมือนเดิ้ม!

ธาวิตอดแปลกใจกับเพลงที่ได้ยินอย่างมาก นั่นเพราะว่ามันเป็นเพลงไทยน่ะเอง เขาแอบยิ้มอย่างชอบใจเมื่อเปิดประตูก้าวลงมาจากรถคันหรู เป็นช่วงเดียวกับที่เข็มปัณต์หันใบหน้ากลับมารดน้ำต้นไม้อีกด้านหนึ่ง พอเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายก็พลันเกิดอาการตะลึงงัน ตาค้าง ปากที่ร้องเพลงก็ค้างไว้ราวกับเป็นเหน็บไปเสียนั่น

ทางด้านของนักธุรกิจหนุ่มก็มองเห็นใบหน้านวลที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขารู้สึกคุ้นๆ กับใบหน้านี้อย่างมาก แล้วพลันชายหนุ่มก็นึกออกว่าเคยเห็นที่ไหน ที่ห้างสรรพสินค้า พูดล้อเลียนเขาแถมยังเกือบจะทำให้ครอบครัวของพี่รินมีปัญหาอีกเสียด้วย ส่วนเข็มปัณต์ก็จำอีกฝ่ายได้อย่างไม่ลืม เธอเผลอหลุดคำพูดออกมาด้วยความปากไวอย่างยั้งไว้ไม่ทัน

นายตอแหลตัวพ่อนี่/ ยัยพนักงานบ้านี่แต่พอได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนเอง ก็ทำให้ใบหน้าคมของธาวิตเปลี่ยนเป็นโมโหในทันที พลางย้อนถามกลับไปเพื่อให้มั่นใจอีกคราหนึ่ง

เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ ตอแหลตัวพ่ออย่างนั้นเหรอเขาเอ่ยออกมาเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน ดวงตาของเข็มปัณต์ก็เบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมพร้อมกับย้อนถามกลับไปราวไม่เชื่อหู

คุ คุณพูดภาษาไทยได้อย่างนั้นเหรอคะ

ใช่ ฉันพูดภาษาไทยได้ แล้วฉันก็ได้ยินที่เธอด่าฉันเป็นชุดที่ห้างวันนั้นด้วยเขาตอบให้เธอได้ยินอย่างชัดเจนมากขึ้น ใบหน้านวลเปลี่ยนเป็นจ๋อยลงในทันที

ซวยแล้วพลางสบถออกมา

ใช่ซวย! ทำไมนะฉันถึงหนีเธอไม่พ้นสักที ไปห้างก็เจอเธอมานี่ก็ยังเจออีกน่ะธาวิตระบายความหงุดหงิดใจออกมา เขาสวดมนต์ผิดบทรึไงกันนะ

ฉันเองก็ไม่ได้อยากเจอคุณเหมือนกัน ฉันอยู่ของฉันที่นี่มาตั้งหลายปีแล้ว เอ๊ะ แล้วเมื่อกี้คุณเรียกฉันว่าอะไรนะยายพนักงานบ้าอย่างนั้นเหรอ คุณกล้าดียังไงมาเรียกฉันอย่างนี้น่ะวงหน้านวลเปลี่ยนเป็นมุ่ยอย่างมาก

ก็เธอมันบ้าจริงๆ นี่ พูดจาอะไรฟังไม่รู้เรื่องเลย

ก็ดีกว่าพวกตอแหลตัวพ่อหม้อสาวไปวันๆ ก็แล้วกันไม่เคยมีใครมาด่าธาวิตอย่างนี้เลย นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นโมโหอย่างมาก

ไม่เคยมีใครกล้าว่าฉันอย่างเธอเลยนะยายพนักงานบ้า

ก็ไม่เคยมีใครว่าฉันอย่างคุณเหมือนกัน นายตอแหลตัวพ่อเข็มปัณต์ไม่ยอมให้ใครมาด่าตนเองฝ่ายเดียวหรอก

ฉันจะบอกเพื่อนของฉันให้ไล่เธอออก ในฐานะที่พูดจากับลูกค้าแย่มากๆธาวิตเอ่ยข่มขู่เพื่อหวังให้อีกฝ่ายกลัว

ขอโทษนะคะตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ที่ห้างค่ะ ฉันอยู่ที่บ้านของฉัน มันเป็นนอกเวลางาน ทางห้างไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉันออกค่ะตอบอย่างหัวหมอยิ่งนัก

ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเป็นเพื่อนของเจ้านายเธอ ก็เหมือนกับเป็นเจ้านายของเธอเหมือนกันธาวิตไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไหนจะยอกย้อนเก่งได้เท่านี้มาก่อน เป็นตัวยั่วโมโหเขาอย่างมากทีเดียว

แล้วเพื่อนของเจ้านายมีสิทธิ์เรียกคนอื่นว่าเป็นพนักงานบ้าด้วยเหรอคะ ฉันไม่ขอโทษหรอกค่ะพลางตอบอย่างลอยหน้าลอยตายั่วประสาทอีกฝ่ายนัก โดยในมือก็ทำการรดน้ำต้นไม้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

ถ้าเธอไม่ขอโทษ อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกันแววตาของเขาเป็นประกายมากขึ้น ถ้าเป็นไฟก็คงแผดเผาร่างของเข็มปัณต์ไปหมดแล้ว

ไม่ขอโทษเด็ดขาด

เธอท้าทายฉันเองนะ

ธาวิตก้าวเข้ามาหาเธอเพื่อหวังจะสั่งสอนความปากเก่งของอีกฝ่าย เข็มปัณต์เห็นอีกฝ่ายจะก้าวมาทำร้ายตนเองก็หยิบสายยางที่ถืออยู่ฉีดใส่ร่างแกร่งเพื่อเป็นการป้องกันตัว พอนักธุรกิจหนุ่มถูกน้ำฉีดใส่ร่างก็ยกมือขึ้นมากันพลางตะโกนออกไป

ทำบ้าอะไรเนี่ย

ก็ฉีดน้ำใส่น่ะสิเห็นๆ อยู่ ยังจะมาถามทำไมกันขณะพูดก็หยิบสายยางมาฉีดอีกฝ่ายไม่หยุดอย่างสนุกสนาน นี่ๆๆๆๆ

ยิ่งทำให้ธาวิตโกรธมากขึ้น ยามนี้ใบหน้าคมและชุดหล่อเปียกปอนไปหมดแล้ว แต่เขาไม่ใส่ใจสิ่งเดียวที่จะทำก็คือ สั่งสอนยายพนักงานบ้าให้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร เขาแย่งสายยางไปซึ่งเข็มปัณต์ไม่ทันตั้งตัว เมื่อแย่งได้แล้วก็โยนสายยางทิ้งและจับไปยังไหล่นวลพลางบอกด้วยน้ำเสียงกร้าว ฉันต้องสั่งสอนเธอให้รู้สำนึกซะบ้างเข็มปัณต์เห็นท่าไม่ดีจึงกรีดร้องเรียกเพื่อนของตนเสียงดัง

มณีช่วยฉันด้วยมีคนจะทำร้ายฉัน มณีช่วยด้วย!

มณีไพรำที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาอีกคราได้ยินเสียงเพื่อนก็รู้สึกตกใจ รีบลุกขึ้นจากเตียง ซึ่งเมื่อคืนกว่าจะได้นอน ก็เกือบเช้าทีเดียวเพราะหญิงสาวเอาแต่ร้องไห้ด้วยความเสียใจ พอตื่นขึ้นมาก็นั่งคิดถึงเรื่องที่เอากลับคืนมาไม่ได้อย่างปลงตกว่ากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว กายระหงก้าวออกไปดูเพื่อนสนิทว่าเกิดอะไรขึ้น มือเรียวเปิดประตูบ้านออกไปพลางเรียกชื่อของอีกฝ่ายด้วยความห่วงใย

เข็มเกิดอะไรขึ้น

ช่วยฉันด้วยมณี ผู้ชายคนนี้จะทำร้ายฉันอีกฝ่ายบอกให้รับรู้

พี่วิตทำอะไรเข็มคะ

นั่นจึงทำให้ธาวิตหยุดที่จะบีบแขนของเข็มปัณต์เพื่อให้ยายตัวแสบเจ็บมากๆ พอได้ยินเสียงมณีไพรำเขาก็หยุดชะงักที่จะทำร้ายยายพนักงานบ้าทันที ก่อนจะคลายมือจากแขนเล็กของผู้หญิงอีกคนด้วย เมื่อมณีไพรำเห็นสภาพเขาก็แสดงความตกใจอย่างมาก แล้วทำไมพี่วิตตัวเปียกไปหมดอย่างนี้ล่ะคะ

ก็ฝีมือของผู้หญิงคนนี้น่ะสิ

มณีรู้จักผู้ชายคนนี้ด้วยเหรอเข็มปัณต์ไม่กลัวหรอกว่าจะโดนต่อว่าที่พูดจาไม่ดีกับเพื่อนของเจ้านาย แต่นี่มันนอกเวลางาน ทางห้างไม่มีสิทธิ์ที่จะมาดุเธอเพราะตนเองอยู่ที่บ้าน

 

พี่วิตเป็นน้องชายของพี่รินที่ขับรถมาส่งฉันคืนนั้นไงล่ะเข็ม แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นคะทำไมทั้งสองคนถึงมีเรื่องกันได้นางรำสาวงุนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด : 22
1
รูปประจำตัว
Genaro
  • 0 กระทู้ที่เริ่มไว้
รูปไอคอน
ความคิดเห็น : 1
19/7/2558 20:31:00
That's a sensible answer to a chlngelaing question
จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด : 22
1

แสดงความคิดเห็น หัวข้อ : ตอน 9 รีไรท์
* ชื่อ :
เช่น John
ไอคอน :
ความคิดเห็น :
อีโมชั่น :



ไฟล์ : แนบไฟล์ แนบไฟล์
Captcha :
captcha
  Enter Characters
แสดงความคิดเห็น
 
Online:  27
Visits:  789,002
Today:  1,780
PageView/Month:  48,569